หากคุณโกหกเรื่องที่ใหญ่มากพอ และโกหกบ่อยเพียงพอ เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ


enough-lie-and-tell-it-frequently-enough

If you tell a big enough lie and tell it frequently enough, it will be believed.

เป็นคำกล่าวของ อะดรอฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำกองทัพนาซี เมื่อมาโยงถึงด้านการตลาด น่าจะสอดคล้องกับการ “โฆษณาชวนเชื่อ” ซึ่งกล่าวได้ว่า การโฆษณาชวนเชื่อนั้น เป็นต้นเหตุของการผิดเพี้ยนทางตรรกะ และความคิด

การโฆษณาชวนเชื่อนั้น ใช้ได้กับทั้งการด้านตลาด เพื่อพลิกแนวความคิด หรือชักจูงผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายให้เห็นพ้อง ไปในทางเดียวกันกับเรา และยังสามารถใช้เป็นจิตวิทยามวลชน เพื่อชักจูงผู้คนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อจุดประสงค์ หรือเป้าหมายอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น จุดมุ่งหมายทางการเมือง หรือการโค่นอำนาจอะไรบางอย่างด้วยฝูงชน

ผู้นำกลุ่มในการประท้วง หรือการโจมตีบุคคล หรือภาครัฐ ก็เลือกใช้วิธี Big lie เพื่อสร้างภาพและความถูกต้องให้กับตัวเอง และใช้การตั้งฉายาให้กับฝ่ายตรงข้าม ให้ฟังแล้วเกิดความคิดไปในทางที่ไม่ดีต่อผู้ถูกตั้งฉายา และพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สาธารณะ เลือกการปล่อยข่าวเฉพาะที่เป็นผลดีกับฝ่ายตนเอง และบิดเบือนข่าวเพื่อผลประโยชน์แก่ฝ่ายตน

การโฆษณาชวนเชื่อ จึงเปรียบเหมือนการพูดเรื่องโกหก โดยการสร้างที่มาที่ไปที่ดูมีหลักการ มีเหตุผลที่สอดคล้องกัน และสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก จนกระทั้งผู้คนรับรู้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง

เรื่องนี้อยากให้เป็นกรณีศึกษา เพื่อประโยชน์ทางงานโฆษณา และงานด้านการตลาดนะครับ หากเราใช้องค์ความรู้เรื่องใดๆก็ตาม เพื่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ ประโยชน์นั้นย่อมเกิดแก่ตนเอง แต่หากเราใช้องค์ความรู้ที่มีนั้น ไปทำไม่ดี สร้างความแตกแยก ความทุกข์นั้น ย่อมวนเวียน และเกิดแก่ตนเองเช่นกัน


รูปภาพจาก azquotes.com/quote/133529

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *